Tool deformation ใน JSTAMP: เมื่อแม่พิมพ์ไม่ได้แข็งเกร็งอย่างที่สมมติ

ในการจำลองทั่วไป แม่พิมพ์ถูกสมมติว่าแข็งเกร็งไม่เสียรูป แต่แม่พิมพ์จริงยุบตัวภายใต้แรงปั๊ม ออปชันนี้นำโครงสร้างแม่พิมพ์จริงเข้ามาคำนวณด้วย เพื่อให้ผล springback ใกล้กับที่จะเกิดบนเครื่องปั๊มจริง

0.25 mmแม่พิมพ์ล่างยุบตัวสูงสุด (แม่พิมพ์ B-Pillar เหล็กหล่อ FC300)
26.25 → 29.00ค่า springback สูงสุด แม่พิมพ์แข็งเกร็งเทียบแม่พิมพ์จริง
JAC1180เหล็กหนา 1.2 mm ของชิ้นเสาตัวอย่าง

ปัญหาคืออะไร

ระหว่างปั๊ม แม่พิมพ์รับแรงมหาศาล ทั้งตัวแม่พิมพ์และโครงสร้างรองรับจึงยุบตัวเล็กน้อยในระดับหนึ่งในสิบมิลลิเมตร ฟังดูน้อย แต่ช่องว่างระหว่างแม่พิมพ์บนกับล่างเปลี่ยนไป แรงกดบนชิ้นงานกระจายไม่สม่ำเสมอ บางจุดกดไม่ถึง บางจุดกดแรงเกิน

ผลที่ตามมาคือชิ้นงานจริงเด้งกลับไม่เหมือนที่จำลองไว้ ยิ่งเป็นเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงอย่าง 1180 MPa ที่ต้องใช้แรงปั๊มสูง ผลนี้ยิ่งชัด

ทำไมการจำลองปกติมองไม่เห็น

การจำลองการขึ้นรูปทั่วไปใช้เฉพาะผิวของแม่พิมพ์และสมมติว่าแข็งเกร็ง (ideal die) วิธีนี้คำนวณเร็วและเพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่ แต่ไม่มีข้อมูลว่าแม่พิมพ์จริงหนาแค่ไหน มีซี่โครงเสริมตรงไหน หรือทำจากวัสดุอะไร จึงไม่เห็นผลของการยุบตัว

ออปชันนี้ทำงานอย่างไร

  1. จำลองการขึ้นรูปใน JSTAMP ตามปกติ โดยใช้ผิวแม่พิมพ์และแผ่นชิ้นงาน
  2. ประกอบเข้ากับโครงสร้างแม่พิมพ์จริง นำผิวแม่พิมพ์มารวมกับโมเดล solid ของชุดแม่พิมพ์ทั้งชุด คือแม่พิมพ์บน (UPR) แม่พิมพ์ล่าง (LWR) blank holder และฐาน
  3. คำนวณการยุบตัวและผลที่ตามมา ได้ค่าการยุบตัวของแม่พิมพ์แต่ละส่วน แล้วนำไปใช้ในผลการขึ้นรูปและ springback เพื่อประเมินชิ้นงานบนแม่พิมพ์จริงแทนแม่พิมพ์ในอุดมคติ
สไลด์ขั้นตอนการวิเคราะห์ tool deformation: ผิวแม่พิมพ์จาก JSTAMP การรวมกับโครงสร้างแม่พิมพ์แบบ solid และผลการยุบตัวของแม่พิมพ์บนและล่าง
จากซ้าย: การจำลองการขึ้นรูปใน JSTAMP ผิวแม่พิมพ์ที่รวมกับโครงสร้างแม่พิมพ์แบบ solid และผลการยุบตัวของแม่พิมพ์บน (UPR สูงสุด 0.14) และแม่พิมพ์ล่าง (LWR สูงสุด 0.20) สไลด์: เอกสารนำเสนอของ JSIM, JSTAMP/NV

ตัวอย่าง: ชิ้นเสา เหล็ก JAC1180 หนา 1.2 mm

สไลด์เทียบผล springback ของชิ้นเสาชิ้นเดียวกันบนแม่พิมพ์แข็งเกร็ง (ideal die) กับแม่พิมพ์จริง (actual die) อ่านค่าที่ตำแหน่งเดียวกันตามป้ายในสไลด์

ค่า springback บนแม่พิมพ์แข็งเกร็งและแม่พิมพ์จริง
ตำแหน่งในสไลด์แม่พิมพ์แข็งเกร็งแม่พิมพ์จริง
ค่าสูงสุด26.2529.00
ค่าต่ำสุด−13.64−17.30
ขอบขวาล่าง15.079.36
ขอบล่างกลาง6.6311.09
สไลด์เทียบผล springback ของชิ้นเสา JAC1180 หนา 1.2 mm บนแม่พิมพ์แข็งเกร็งกับแม่พิมพ์จริง พร้อมโมเดลชุดแม่พิมพ์ด้านซ้าย
ผล springback ของชิ้นเสา (JAC1180 หนา 1.2 mm) บนแม่พิมพ์แข็งเกร็ง (บน) และแม่พิมพ์จริง (ล่าง) ข้างโมเดลชุดแม่พิมพ์ สไลด์: เอกสารนำเสนอของ JSIM, JSTAMP/NV

อีกสไลด์แสดงการยุบตัวของแม่พิมพ์ล่างของชิ้น B-Pillar ที่ทำจากเหล็กหล่อ FC300 ยุบตัวสูงสุด 0.25 mm และต้องขยายภาพการเสียรูป 500 เท่าจึงจะมองเห็น

สไลด์การยุบตัวของแม่พิมพ์ล่างชิ้น B-Pillar เหล็กหล่อ FC300 สูงสุด 0.25 mm และภาพที่ขยายการเสียรูป 500 เท่า
การยุบตัวของแม่พิมพ์ล่าง (LWR) ของแม่พิมพ์ B-Pillar เหล็กหล่อ FC300: สูงสุด 0.25 mm (ซ้าย) และผลเดียวกันที่ขยายการเสียรูป 500 เท่า (ขวา) สไลด์: เอกสารนำเสนอของ JSIM, JSTAMP/NV

ประเด็นสำคัญ: แม่พิมพ์ขยับไม่ถึง 0.3 mm แต่ springback ของชิ้นงานบางจุดเปลี่ยนไปหลายหน่วยบนสเกล ถ้าชดเชยแม่พิมพ์จากผลที่สมมติว่าแม่พิมพ์แข็งเกร็ง ชิ้นงานจริงอาจยังไม่ได้ตามแบบ

ควรใช้เมื่อไร

  • ชิ้นงานเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงที่ต้องใช้แรงปั๊มสูง
  • เมื่อผลจำลองกับชิ้นงานทดลองปั๊มต่างกัน ทั้งที่ข้อมูลวัสดุดีแล้ว
  • ก่อนชดเชย springback ของแม่พิมพ์ เพื่อให้การชดเชยอิงพฤติกรรมของแม่พิมพ์จริง
  • เมื่อต้องตรวจว่าโครงสร้างแม่พิมพ์แข็งพอ หรือต้องเสริมซี่โครงตรงไหน

เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มา

ตัวอย่างและรูปจากเอกสารนำเสนอของ JSIM ที่ทำด้วย JSTAMP/NV

springback ไม่ตรงกับที่จำลองไว้

ส่งชิ้นงาน เกรดเหล็ก และแม่พิมพ์มาให้เรา เราจะแสดงว่าการยุบตัวของแม่พิมพ์เปลี่ยนผลอย่างไร